เห็ดตับเต่า

เห็ดตับเต่า
เห็ดตับเต่า (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือPhaeogyroporus portentosus (Berk. et Broome) Mc Nabb)เป็นเห็ดที่นิยม รับประทานกันมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทางภาคเหนือเรียกว่าเห็ดห้าเนื่องจากพบอยู่ ใต้ต้นหว้า (ต้นห้า)
ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกเห็ดผึ้ง เนื่องจากสีของน้ําแกงเห็ดตับเต่าเหมือนสีของ
น้ําผึ้ง เป็นเห็ดราเอ็กโตไมคอร์ไรซ่าที่อยู่กับพืชอาศัยได้หลายชนิด
เช่น ต้นหว้าหรือห้า ( Eugenia cumini Druce)
เป็นพืชในวงศ์ Myrtaceae ทางภาคเหนือ

นอกจากต้นหว้าแล้วเห็ดชนิดนี้ยังมีพืชอาศัยอื่นอีก คือ มะกอกน้ํา
พบ เห็ดตับเต่า จํานวนมากขึ้นบริเวณต้นส้มโอ นอกจากนี้ ยังมี รายงานการพบเห็ดตับเต่าบนพืชอาศัยหลายชนิด เช่น หว้า โสน มะกอกน้ํา ส้ม มะม่วง ขนุน และทองหลาง เอ็กโตไมคอร์ไรซ่าช่วยทําหน้าที่ให้พืชได้รับสารอาหารโดยตรงจากกระบวนการเมตะโบไลท์และยังช่วยสร้างเส้นใยห่อหุ้มรากทําให้สามารถดูดซับความชุ่มชื้นจากดินและราก ทําให้พืชสามารถทนต่อสภาวะที่แห้งแล้งได้ดีน้ําย่อยของเห็ดตับเต่าช่วยให้แร่ธาตุ อาหารในดินแปรสภาพมาอยู่ในรูปที่เป็น
ประโยชน์ต่อพืช อีกทั้งยังทําหน้าที่เหมือนราเจ้าถิ่นทําให้เชื้อราโรค พืชต่างๆ
เข้าทําลายพืชได้ยากขึ้น จึงทําให้ต้นไม้ที่มีเห็ดตับเต่าหรือไมคอร์ไรซ่า

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7
อาศัยอยู่มีความแข็งแรง
ต้านทานต่อเชื้อราโรคพืชได้มากขึ้น
เห็ดตับเต่ามีความสัมพันธ์กับพืชอาศัยทางรากหาอาหาร (Feeder roots)
แบบเอื้ออํานวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน (Symbiotic relationship)
เส้นใยเห็ดราไม่มีสารสีเขียว (Chlorophyll) เหมือนพืช
จึงไม่สามารถสร้างอาหารจําพวกคาร์โบไฮเดรต น้ําตาลและไวตามิน จึงต้องอาศัย
ดูดซึมจากสารอาหารเหล่านี้ รวมทั้งโปรตีน
ซึ่งเป็นของเสียที่ถูกขับถ่ายออกมาทางระบบรากของต้นไม้
แต่การที่เส้นใยของเห็ดราเจริญห่อหุ้มรากของต้นไม้ไว้จะมีส่วนช่วยรักษาความชื้นให้ต้นไม้
ในฤดูแล้ง และต้นไม้ก็ยังได้ธาตุฟอสฟอรัสในดินซึ่งเห็ดราสลายออกมาจากดินให้เป็นธาตุอาหาร
ในรูปที่ต้นไม้ ใช้ประโยชน์ได้ทันที ทําให้ต้นไม้มีรากที่แข็งแรงเจริญเติบโตดี หาอาหารได้มากขึ้น
และเมื่ออยู่ในสภาพ สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมก็จะรวมตัวกันออกเป็นดอกเห็ดบริเวณโคนต้นไม้
ที่มีรากพืชกระจายอยู่ เราจึงเรียก เห็ดราจําพวกนี้ว่า เอ็กโตไมคอร์ไรซ่า เห็ดราดังกล่าวนี้
เมื่อเราทําลายพืชอาศัย เห็ดราก็จะตายไปด้วย เชื้อรา แต่ละชนิดใช้เวลาในการเข้าสู่รากพืชอาศัย
ยาวนานต่างกัน ความรวดเร็วในการเข้าไปอาศัยอยู่กับรากพืช
อาศัยหลังจากการปลูกเชื้อราเอ็กโตไมคอร์ไรซ่าให้แก่ต้นพืช พบว่า
เส้นใยของเชื้อเห็ดห้า สามารถเข้ารากของมะกล่ำต้น
มะไฟจีน และผักหวานบ้าน
โดยแทรกระหว่างเซลล์ราก เมื่อปลูกถ่ายเชื้อได้ 4 เดือน
ส่วนต้นมะกอกน้ํา ใช้เวลา 6 เดือน
เส้นใยจึงเข้าราก โดยจะพบ เส้นใยของเชื้อเห็ดห้าในชั้นคอร์เท็กซ์ของรากพืช
การปลูกเชื้อ ลงในกล้าไม้สามารถ ทําได้ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการในสภาพปลอดเชื้อ
หรือผลิตหัวเชื้อในปริมาณมากเพื่อใช้ปลูกเชื้อลงกล้าไม้ การปลูกเชื้อ
ในสภาพปลอดเชื้อทําได้โดยการเลี้ยงเชื้อ ในอาหารเลี้ยงเชื้อและนําเมล็ดพันธุ์พืชที่
ได้รับการฆ่าเชื้อที่ผิวเมล็ดแล้ววางลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีเส้นใยของ เจริญอยู่

%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2
เมื่อรากพืชงอกออก จากเมล็ดแล้วรากก็จะแตะกับเชื้อโดยตรง การผลิตหัวเชื้อ
ในปริมาณมาก นิยมผลิตเพื่อใช้ปลูก เชื้อลงในกล้าไม้ มี 2 รูปแบบ คือ หัวเชื้อจากสปอร์ และ
หัวเชื้อจากเส้นใย การใช้สปอร์เป็นหัวเชื้อเหมาะ สําหรับ เชื้อที่มีดอกเห็ดขนาดใหญ่
เช่น ทําโดยเก็บดอกเห็ดที่บานเต็มที่จากธรรมชาติมาผึ่งให้แห้งที่
อุณหภูมิไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส
จากนั้นก็นําดอกเห็ดแห้งใส่ในถุงพลาสติกและบีบให้เป็นชิ้นเล็กๆ ด้วยมือ

หมายเหตุ : ไม่ใช้เครื่องบดตัวอย่างเนื่องจากอาจจะมีผลต่อความมีชีวิตของสปอร์
หัวเชื้อสปอร์นี้นําไปปลูกลงบนกล้าไม้ ได้หลายรูปแบบเช่น ละลายในน้ําและนําไปรดลงในกล้าไม้
หรืออาจจะนําไปผสมกับสารเฉื่อยและทําเป็นเม็ด สําหรับรองก้นหลุมในขณะปลูกกล้าไม้ เป็นต้น
การผลิตหัวเชื้อในรูปเส้นใยทําได้โดยแยกให้ได้เส้นใยบริสุทธิ์ ของ เชื้อและเพิ่มปริมาณเส้นใยในอาหารสังเคราะห์จากนั้นก็นําเส้นใยมาใช้เป็นหัวเชื้อโดยตรงหรืออาจจะต้องผสมกับสารอื่น เช่น hydro gel, peat-vermiculite หรือ เมล็ดธัญพืชบางชนิด

This entry was posted in เห็ดตับเต่า and tagged . Bookmark the permalink.